กรีนพีซแฉมหันตภัยไฮเทคในไทย ผู้ผลิตมุ่งแค่กำไรไร้ความรับผิดชอบ

กรีนพีซแฉมหันตภัยไฮเทคในไทย ผู้ผลิตมุ่งแค่กำไรไร้ความรับผิดชอบ

กรีนพีซแฉและประณามบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำ ตัวการคุกคามชีวิตและสิ่งแวดล้อม ผลิตสินค้ามุ่งแต่กำไร ไร้ความรับผิดชอบ พร้อมเรียกร้องให้หยุดใช้สารเคมีที่มีพิษในผลิตภัณฑ์ และให้รับสินค้าที่หมดอายุคืนไปใช้ซ้ำเท่าที่จะทำได้
       
       นายกิตติคุณ กิตติอร่าม ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ
กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า กรีนพีซมีข้อเรียกร้อง 2 ข้อ หลังผลการสำรวจนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของโลกส่วนใหญ่ไม่มีนโยบายหรือระบบใดๆ ในประเทศไทยในการรับสินค้าที่หมดอายุการใช้งานแล้วกลับคืน โดยมีข้อมูลระบุไว้ชัดเจนในรายงานเรื่อง ?มหันตภัยไฮเทคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้? ของกรีนพีซพบว่า ขณะนี้ขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากไปหยุดอยู่ที่กระบวนการรีไซเคิลหรือการกำจัดมลพิษแก่สิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก
       
       สำหรับข้อเรียกร้องแรก กรีนพีซต้องการให้ผู้ผลิตหยุดใช้สารเคมีที่มีพิษ โดยใช้ใช้อย่างอื่นแทน ข้อ 2 ให้ผู้ผลิตรับสินค้าที่หมดอายุคืน และนำไปใช้ซ้ำให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่มีการส่งออกไปยังประเทศที่ด้อยพัฒนา ไม่ควรนำไปฝั่งกลบหรือเผา เพราะจะมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการไม่นำไปเข้าโรงหลอม เพราะจะก่อมลพิษ เช่น พลาสติกที่มีการเผาจะมีสารก่อมะเร็งออกมา เป็นต้น
       
       ทั้งนี้ จากผลการส่งจดหมายคำถามของกรีนพีซ (ฉบับลงวันที่ 18 ก.ค. 2548) ตามนโยบายด้านการรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หมดอายุการใช้งานกลับคืนในประเทศไทย จาก 15 บริษัท ปรากฎว่า โนเกียมีระบบเพื่อรับสินค้าหมดอายุการใช้งานแล้วคืนในไทย, โมโตโรล่ายังไม่ได้รับการติดต่อกลับ, ซัมซุงยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ, โซนี่ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ, โซนี่ อิริคสันยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ, แอลจียังไม่ได้รับการติดต่อกลับ, พานาโซนิคไม่มีระบบเพื่อรับสินค้าหมดอายุการใช้งานคืนในไทย, ไอบีเอ็มก็เช่นเดียวกับพานาโซนิค, ฟูจิตสึยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ, เอเซอร์ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ,ซีเมนส์, โตชิบา, แอปเปิล, เดลล์ และฮิวเลตต์-แพคการ์ด (เอชพี) ต่างก็ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ
       
       กรีนพีซได้ส่งจดหมายของกรีนพีซย้ำเตือนให้บริษัทเหล่านี้ตอบกับ (ฉบับลงวันที่ 3 ต.ค. 2548) ปรากฎว่า โนเกียมีระบบเพื่อรับสินค้าหมดอายุการใช้งานแล้วคืนในไทย, โมโตโรล่ายังไม่ได้รับการติดต่อกลับ, ซัมซุงยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ, โซนี่จะให้คำตอบภายในสัปดาห์นี้, โซนี่ อิริคสันไม่มีระบบเพื่อรับสินค้าหมดอายุการใช้งานคืนในไทย, แอลจียังไม่ได้รับการติดต่อกลับ, พานาโซนิคไม่มีระบบเพื่อรับสินค้าหมดอายุการใช้งานคืนในไทย, ไอบีเอ็มก็เช่นเดียวกับพานาโซนิค, ฟูจิตสึยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ, เอเซอร์ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ, ซีเมนส์จะให้คำตอบภายในเดือนต.ค.นี้, โตชิบายังไม่ได้รับการติดต่อกลับ, แอปเปิลไม่มีการตอบคำถามของกรีนพีซ, เดลล์มีระบบเพื่อรับสินค้าหมดอายุการใช้งานแล้วคืน และเอชพีก็มีระบบเพื่อรับสินค้าหมดอายุการใช้งานแล้วคืน
       
       แม้ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของโลกบางรายที่มีระบบการนำสินค้าหมดอายุการใช้งานแล้วคืน และให้คำมั่นในการลด ละ เลิกใช้สารพิษเป็นส่วนประกอบในการผลิต เต่ส่วนใหญ่ยังไม่ยอมออกมาให้คำมั่นใดๆ กรีนพีซจึงมีการนำนโยบายความรับผิดชอที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility) ที่สหภาพยุโรปออกมาเรียกร้อง และมีการใช้ประเทศแถบเอเชียแล้วอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน
       
       ?มีบริษัทยักษ์ใหญ่หลายรายที่ละเลยเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม มุ่งแต่จะทำกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ไม่มีความรับผิดชอบ ปล่อยให้การจัดการเกี่ยวกับขยะตกอยู่กับรัฐบาล ผู้บริโภค ชุมชนซาเล้ง แทน?
       
       พร้อมกันนี้ กรีนพีซยังเรียกร้องให้ผู้ผลิตที่นับวันเพิ่มมากขึ้นทุกวัน มุ่งหน้าไปในทิศทางเพื่อการพัฒนาสินค้าที่สะอาด ปลอดภัยต่อชีวิต มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น รวมถึงสามารถอัปเกรด รีไซเคิล หรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ปลอดภัย
       
       ?รัฐบาลไทยมีแผนที่ออกกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ซึ่งจะเรียกว่า พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดการของเสียจากผลิตภัณฑ์ใช้แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจน? นายกิตติคุณกล่าว







อ้างอิงจาก : ผู้จัดการออนไลน์