ไทยรักไทยหนุนไอที ตั้งเป้าติดคอมพ์ทุกโรงเรียน

 

ไทยรักไทยหนุนไอซีที ตั้งเป้าติดคอมพิวเตอร์ทุกโรงเรียน

























 

       ไทยรักไทยจัดงานคิกออฟแคมเปญ "4 ปีซ่อมความหายนะจากวิกฤติ 4 ปีสร้างชาติให้แข็งแกร่งยั่งยืน" ส่งนโยบายหนุนไอทีพร้อมกันทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ มีประชาชนมาร่วมงานนับแสนทั่วประเทศ
       

       โดยบรรยากาศในอินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมากตั้งแต่ช่วงบ่ายของวานนี้(17ต.ค.)เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาร่วมงานจำนวนมาก ทั้งนี้บรรดาส.ส.กทม.ได้นำสมาชิกพรรค และประชาชนในพื้นที่ตนเองมาร่วมงานประมาณเขตละ 400 คนด้วย
       
       การจัดงานดังกล่าว ใช้ชื่อว่า ?4 ปีซ่อมความหายนะจากวิกฤติ 4 ปีสร้างชาติให้แข็งแกร่งยั่งยืน? โดยในบริเวณอินดอร์สเตเดียม พรรคไทยรักไทยได้จัดเวทีขนาดเล็กให้ส.ส.กทม.ขึ้นปราศรัยถึงนโยบายที่ผ่านมาของพรรค และนโยบายของพรรคที่จะทำต่อไปในอนาคต รวมทั้งแนะนำผู้สมัครส.ส.กทม.ในบางเขต
       
       ทั้งนี้ทางพรรคได้จัดซุ้มอาหารไว้ให้ประชาชนที่มาร่วมงานรับประทานฟรี นอกจากนี้ได้จัดทำป้ายสถิติ และผลงานของพรรคไทยรักไทยไว้ทั่วงาน และติดตั้งจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ไว้กลางสนามกีฬาด้วย จากนั้นในช่วงเย็นมีประชาชนทยอยมาร่วมงานกว่า 20,000คน โดยภายในงาน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตรได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ทางด้านไอทีและเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ด้วย มีใจความว่า
       
       ?ปี 49 จะติดคอมพิวเตอร์ทุกโรงเรียนในทั่วประเทศเพื่อสอนให้เด็กไทยฉลาด ค่าอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงจะลดลง ค่าโทรศัพท์ทางไกลจะลดลง?
       
       และกล่าวในอีกช่วงหนึ่งของการปราศรัยว่า ?วันที่ 2 พ.ย.พรรคจะจัดงานกาลาดินเนอร์ ?ไทยรักไทยเพื่ออนาคตเด็กไทย? เพื่อระดมทุนไปซื้อคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียนที่ขาดแคลนเพื่อเติมปัญญาให้เด็กไทย พรรคจะทำเหมือนพรรคอื่นๆกระทำ แต่พรรคไทยรักไทยจะนำเงินไปใช้คนละที่ และแตกต่างกับพรรคอื่น พรรคไทยรักไทยไม่เอาเงินจากงานนี้ไปใช้เลือกตั้ง เพราะเรามีกองเชียร์เยอะอย่างนี้จะใช้เงินอะไรมากมาย จากนั้นวันที่ 6-10 พ.ย.จะจัดงาน?เหลียวหลังแลหน้า จากรากหญ้าสู่รากแก้ว?ขอให้ทุกคนไปดูแล้วจะเห็นวิธีคิด-วิธีแก้ปัญหาว่าอนาคตจะวางตัวอย่างไรเพื่อให้อยู่ในเมืองไทยแล้วมีความสุขในชีวิต?
       
       อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะมีกระแสโจมตีพรรคไทยรักไทยและรัฐบาลชุดนี้ค่อนข้างมาก แต่นโยบายในด้านต่าง ๆ เช่นด้านการศึกษา เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์ ฯลฯ ที่ รัฐบาลได้ประกาศนั้น ก็ถือได้ว่ายังไม่มีพรรคใดเคยคิดค้นหรือได้ริเริ่มทำมาก่อน แม้ว่าระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยจะเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 หรือ 72 ปีมาแล้วก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งถือว่าเป็นพรรคการเมืองที่มีอายุมากที่สุด


 


อ้างอิงจาก : ผู้จัดการ