Metadata ชุดข้อมูลกลาง บทวิเคราะห์ข้อมูล และ Infographic : ข้าว

 

Infographic : ข้าว


rice1

Metadata : ข้าว

- ดาวน์โหลด File 

 

วิเคราะห์และสรุปสถานการณ์จากชุดข้อมูลกลางเรื่อง “ข้าว” ของจังหวัดเชียงราย

 

            จังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ทั้งสิ้น 7,298,981 ไร่ โดยในปี 2558 พบว่าเป็นเนื้อที่ป่าไม้มากที่สุดจำนวน 2,963,867 ไร่ รองลงมาเป็นที่นา จำนวน 1,382,469 ไร่ เป็นที่เนื้อที่ใช้ประโยชน์นอกการเกษตร 1,319,894 ไร่ เป็นที่ไม้ยืนต้น 735,687 ไร่ เป็นเนื้อที่ปลูกพืชไร่ 614,749 ไร่ เป็นเนื้อที่อื่นๆ 222,152 ไร่ และเป็นเนื้อที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ 60,163 ไร่ ตามลำดับ พืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดเชียงรายประกอบด้วย ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ลำไย ลิ้นจี่ ยางพารา นอกจากนี้ยังมีพืชเศรษฐกิจใหม่ที่จังหวัดมุ่งพัฒนาให้เป็นพืชเศรษฐกิจเฉพาะถิ่น ได้แก่ ชา กาแฟ สับปะรด เป็นต้น (แผนภูมิที่ 1)

            แผนภูมิที่ 1 ร้อยละของเนื้อที่ของจังหวัดเชียงรายจำแนกตามการใช้ประโยชน์จากที่ดินปี 2558

 

         


          

 

 

                   ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร


 

             จากการวิเคราะห์ข้อมูลข้าวด้านการเพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพและลดต้นทุน ของจังหวัดเชียงรายพบว่า ในปี 2558 จังหวัดเชียงรายมีเนื้อที่เพาะปลูกข้าว 1,184,736 ไร่ คิดเป็นลำดับที่ 19 ของประเทศ และเป็นจังหวัดที่มีเนื้อที่ปลูกข้าวมากที่สุดในภาคเหนือตอนบน เมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นจังหวัดใกล้เคียงที่มีอาณาเขตติดกัน รวมทั้งมีลักษณะภูมิประเทศ และพื้นที่ไม่แตกต่างกันมากนัก จังหวัดเชียงรายมีเนื้อที่ปลูกข้าวมากกว่าจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีเนื้อที่ปลูกข้าวเพียง 429,911 ไร่ เป็นลำดับที่ 35 ของประเทศ (แผนภูมิที่ 2)

 

 

 

              แผนภูมิที่ 2 จำนวนเนื้อที่ในการปลูกข้าวจำแนกตามจังหวัดในภาคเหนือ ปี 2558       

 

 

        

 

 

  จะเห็นได้ว่าจังหวัดเชียงรายมีเนื้อที่ปลูกข้าวเป็นลำดับที่ 19 ของประเทศ แต่ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ *1 กลับเป็นลำดับที่ 26 ของประเทศ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าจังหวัดเชียงใหม่มีเนื้อที่เพาะปลูกน้อยกว่า(ต่ำกว่า 16 ลำดับ) แต่ผลการผลิตของจังหวัดเชียงใหม่เป็นลำดับที่ 17 ของประเทศ (สูงกว่า 9 ลำดับ) ดังนั้นจังหวัดเชียงรายควรพิจารณาหาสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้ผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่าจังหวัดเชียงใหม่เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาในการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพผลผลิตข้าวให้สูงขึ้นโดยในปี 2558 ผลผลิตข้าวเฉลี่ยต่อไร่ของจังหวัดเชียงราย คือ 565 กิโลกรัม/ไร่ ต่ำกว่าผลผลิตเฉลี่ยตามยุทธศาสตร์ข้าวไทย ปี 2558 - 2562 *2 (ไม่ต่ำกว่า 600 กิโลกรัม/ไร่) (แผนภูมิที่ 3)

 

            แผนภูมิที่ 3 จำนวนผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ในการปลูกข้าวจำแนกตามจังหวัดในภาคเหนือ ปี 2558

 

       

   ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร  

 

 *1 ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ = ปริมาณผลผลิต (กิโลกรัม)

                                 เนื้อที่เพาะปลูก (ไร่)

*2 ยุทธศาสตร์ข้าวไทยปี 2558 – 2562 ขับเคลื่อนเพื่อรองรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ภายใต้แผนการผลิตตลาดข้าวครบวงจร ตามที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) เห็นชอบมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงมหาดไทยร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาด้านการผลิตข้าวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ   เนื่องจากประเทศไทยมีปริมาณผลผลิตข้าวเกินความต้องการ ประสิทธิภาพการผลิตต่ำ โดยเฉพาะข้าวที่ปลูกในพื้นที่ไม่เหมาะสม จำเป็นต้องบริหารอุปทานให้สอดคล้องกับอุปสงค์ โดยลดปริมาณข้าวคุณภาพต่ำ เพิ่มข้าวคุณภาพดี เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผลิตข้าวสำหรับ “ตลาดเฉพาะ”หรือ“Niche Market”มากขึ้นซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มรายได้ของชาวนา

วิสัยทัศน์ คือ “ไทยเป็นผู้นำการค้าข้าวในตลาดโลกและกลไกตลาดมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างสมดุล     ให้กับทุกภาคส่วน และเป็นแหล่งผลิตข้าวที่มีประสิทธิภาพชาวนามีความเป็นอยู่ที่ดี องค์กรชาวนามีความเข้มแข็ง” มุ่งเน้นไปที่ 4 ประเด็นยุทธศาสตร์ คือ 1) การบริหารจัดการพื้นที่ปลูกและปริมาณผลผลิตข้าวให้เหมาะสมโดยจะผลิตข้าวเปลือกให้สมดุลกับอุปสงค์ในปี 62/63 จำนวนไม่เกิน 31 ล้านตัน 2) การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวในปี 62/63 ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ทุกชนิดไม่ต่ำกว่า 600 กก. ต้นทุนการผลิตต่อไร่ไม่เกิน 4,000 บาท และต่อตันไม่เกิน 6,000 บาท 3) ยกระดับคุณภาพ 4) เพิ่มมูลค่าข้าวเปลือก

 

   ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่จังหวัดเชียงรายและทั้งประเทศมีแนวโน้มลดลง โดยจังหวัดเชียงรายมีผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ในปี 2558 เพียง 565.0 กิโลกรัม/ไร่ซึ่งลงลดจากปี 2555 ที่มีผลผลิตเฉลี่ยที่ 603.0 กิโลกรัม/ไร่ ลดลงร้อยละ 6.3 ในขณะที่ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ของทั้งประเทศลดลงจากปี 2555 ที่มีผลิตเฉลี่ย 475.2 กิโลกรัม/ไร่ เป็น 445.8 กิโลกรัมต่อไร่ ในปี 2558 ลดลงร้อยละ 6.2 (แผนภูมิที่ 4) อย่างไรก็ตามผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ของจังหวัดเชียงรายยังมีค่าสูงกว่าผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ของทั้งประเทศ

    

               แผนภูมิที่ 4 เปรียบเทียบผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ของจังหวัดเชียงรายกับทั้งประเทศ ปี 2555 - 2558

 

        

 

ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

 

จากการวิเคราะห์ข้อมูลข้าวด้านปัจจัยพื้นฐานและการพัฒนาเกษตรกร ของจังหวัดเชียงราย พบว่า ปี 2558 จังหวัดเชียงรายมีเนื้อที่เพาะปลูกข้าวในเขตชลประทานลดลง โดยปี 2558 ลดลงจากปี 2555 จำนวน 90,618 ไร่ หรือลดลงร้อยละ 18.4 เนื้อที่เพาะปลูกนอกเขตชลประทานมีแนวโน้มลดลง ในปี 2558 ลดลงจากปี 2555 จำนวน 76,377 ไร่ หรือลดลงร้อยละ 8.9

ผลผลิตต่อไร่มีแนวโน้มต่ำลง โดยผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่พื้นที่เพาะปลูกในเขตชลประทาน ในปี 2558 ลดลงจากปี 2555 จำนวน 59 กิโลกรัมต่อไร่ หรือลดลงร้อยละ 9.2 และผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่พื้นที่เพาะปลูกนอกเขตชลประทาน ลดลงจากปี 2555 จำนวน 58 กิโลกรัมต่อไร่ หรือลดลงร้อยละ 9.5

โดยสรุปผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ พื้นที่เพาะปลูกในเขตชลประทานสูงกว่านอกเขตชลประทาน และในปี 2558 ผลผลิตทั้งในเขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน ต่ำกว่าผลผลิตเฉลี่ยตามยุทธศาสตร์ข้าวไทย ในปี 2558 -2562 (ไม่ต่ำกว่า 600 กิโลกรัม/ไร่) (แผนภูมิที่ 5)

แผนภูมิที่ 5 เปรียบเทียบเนื้อที่เพาะปลูกและผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ของจังหวัดเชียงรายจำแนกตาม

             เขตชลประทาน ปี 2555 - 2558

   

 

                      ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

 

             จากข้อมูลราคาขายข้าวของจังหวัดเชียงราย พบว่าราคาข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิมีราคาจำหน่ายสูงที่สุด รองลงมาคือ ข้าวเปลือกเหนียว และ ข้าวเปลือกเจ้า ตามลำดับ โดยราคาข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ มีแนวโน้มลดลง ในปี 2559 ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ มีราคาต่ำลงจากปี 2556 จำนวน 3.4 บาทต่อกิโลกรัม หรือลดลงร้อยละ 24.5 ซึ่งราคาถูกกว่าราคาข้าวเปลือกเหนียว ในขณะที่ราคาข้าวเปลือกเหนียวกลับมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในปี 2559 จากปี 2556 เพียงร้อยละ 1.7 เท่านั้น เช่นเดียวกับข้าวเปลือกเจ้า ที่ถึงแม้ราคาจำหน่ายจะเพิ่มสูงขึ้น ในปี 2559 จากปี 2556 ถึง ร้อยละ 2.5 แต่ก็ถือว่า เป็นอัตราที่ไม่สูงมากนัก (แผนภูมิที่ 6)

                แผนภูมิที่ 6 ราคาข้าวเปลือกจำแนกตามประเภทข้าว ปี 2556 -2559

 

          

 

                         ที่มา : สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย

 

    จากการวิเคราะห์ข้อมูลข้าวด้านการพัฒนาเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรของจังหวัดเชียงราย พบว่า จำนวนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ลดลงทุกปี โดยปี 2558 มีเกษตรผู้ปลูกข้าวเพียง 94,658 ราย เท่านั้น ลดลงจาก ปี 2556 ที่มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวมากถึง 110,000 ราย คิดเป็นร้อยละ 13.9 ในขณะที่ จำนวนสมาชิกสหกรณ์การเกษตรกลับเพิ่มสูงขึ้น ในปี 2558 มีสมาชิกมากถึง 170,537 ราย เพิ่มจากปี 2558 ที่มีสมาชิก 151,311ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7 (แผนภูมิที่ 7) ทั้งนี้ อาจเนื่องมาจาก ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น แต่ราคาผลผลิตกลับลดลง ส่งผลให้จำนวนเกษตรกรมีแนวโน้มลดลง

 

แผนภูมิที่ 7 จำนวนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว จำนวนสมาชิกสหกรณ์การเกษตร และจำนวนของเกษตรกร ที่กู้ยืม

 

               เพื่อประกอบอาชีพ ปี 2556 - 2558

                           

 

                   ที่มา : สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงราย และธนาคารเพื่อการเกษตรจังหวัดเชียงราย

 

จากการวิเคราะห์ข้อมูลข้าวด้านการแปรรูป การเพิ่มและสร้างคุณค่า และการขนส่งสินค้าและจัดการบริหารสินค้า ของจังหวัดเชียงราย พบว่า จังหวัดเชียงรายมีปริมาณผลผลิตข้าวที่ลดลงทุกปี โดยในปี 2558 มีปริมาณผลผลิตข้าว 1,020,082 ตัน ซึ่งลดลงจากปี 2556 ที่มีถึง 1,196,887 ตัน คิดเป็นร้อยละ 14.8 ในขณะที่จำนวนโรงสีชุมชน โรงสีสหกรณ์ และโรงสีเอกชน มีจำนวนเพิ่มขึ้นเพียง 1 แห่ง และจำนวนโกดัง หรือสถานที่เก็บรักษาข้าวเปลือกที่ได้มาตรฐานในแต่ละปี มีจำนวนคงที่ การจะเพิ่มโรงสีชุมชน โรงสีสหกรณ์ และโรงสีเอกชน และจำนวนโกดัง หรือสถานที่เก็บรักษาข้าวเปลือกที่ได้มาตรฐาน ตามยุทธศาสตร์ข้าวไทย ปี 2558 – 2562 นั้นคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากปริมาณผลผลิตไม่ได้เพิ่มสูงขึ้น จังหวัดเชียงรายจึงควรให้ความรู้กับเกษตรกร ในด้านการเพิ่มมูลค่าของผลผลิต การปลูกข้าวเพื่อให้ผ่านมาตรฐาน GAP และควรมีโรงสีทีี่ได้มาตรฐาน GAP โดยเฉพาะ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าข้าว อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการเพิ่มผลผลิตข้าวและช่วยแก้ปัญหาด้านราคาผลผลิตด้วย

  แผนภูมิที่ 8 จำนวนโรงสีชุมชน โรงสีสหกรณ์ และโรงสีเอกชน และจำนวนโกดัง หรือสถานที่เก็บรักษาข้าวเปลือกที่ได้มาตรฐาน เปรียบกับ ปริมาณผลผลิตข้าว จังหวัดเชียงราย ปี 2556 -2558

 

                     ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

จากการวิเคราะห์ข้อมูลข้าวด้านการพัฒนาระบบตลาดของจังหวัดเชียงราย พบว่า จังหวัดได้มีการสนับสนุนส่งเสริมด้านการตลาดเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยมีผลิตภัณฑ์ข้าวภายใต้ เชียงรายแบรนด์ 1 ผลิตภัณฑ์ และสินค้า OTOP ที่มาจากข้าว กว่า 116 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีมูลค่าการจำหน่ายสินค้า OTOP ของจังหวัดเชียงรายทั้งในและต่างประเทศสูงกว่าเดือนละ 200 ล้านบาท โดยในปี 2559 จังหวัดเชียงรายมีมูลค้าการจำหน่ายสินค้า OTOP จำนวน 2,420.07 ล้านบาท ซึ่งสูงมาก จังหวัดจึงควรสนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวหันมาให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่า โดยการพัฒนาผลผลิตให้ได้มาตรฐานเพื่อเข้าร่วมคัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP และรองรับตลาดที่ผู้บริโภคที่มีความต้องการหลากหลาย เพราะนอกจากจะขยายตลาดภายในประเทศไปสู่ต่างประเทศได้แล้ว ยังสามารถพัฒนาระบบการตลาดและมาตรฐานการผลิตข้าวได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

จากการวิเคราะห์ข้อมูลข้าวของจังหวัดเชียงราย อาจจะต้องการพัฒนาพื้นที่ปลูกข้าวเกษตรแปลงใหญ่ตามนโยบายของรัฐบาล การให้ความรู้เกษตรกรเกี่ยวกับการผลิตข้าวตามมาตรฐาน GAP การแปรรูปสินค้าจากข้าวและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการขายข้าวผ่านตลาดกลางของจังหวัด การเพิ่มการผลิตข้าวสำหรับ “ตลาดเฉพาะ” หรือ “Niche Market” *3 มากขึ้นเพื่อเพิ่มมูลค่าข้าว

 จากข้อมูลและสถานการณ์ ข้าว จังหวัดเชียงราย จะเห็นว่า จังหวัดเชียงรายยังประสบกับปัญหามากมายในด้านการผลิตข้าว ซึ่งต้องการการพัฒนาและสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งจังหวัดเชียงรายก็ได้มีนโยบายตามประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพมาตรฐานสากล และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคการเกษตรของจังหวัด ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการผลิตข้าวของจังหวัด และยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดอย่างยั่งยืนต่อไป

Metadata ชุดข้อมูลกลาง บทวิเคราะห์ข้อมูล และ Infographic

 

aa02

ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารระดับพื้นที่ จังหวัดเชียงราย

ประกอบด้วย 4 เรื่อง ได้แก่ ข้าว การท่องเที่ยว ผู้สูงอายุ ขยะ 

Metadata ชุดข้อมูลกลาง บทวิเคราะห์ข้อมูล และ Infographic

                              

                aa04-5              aa04-6       

            

                aa04-71              aa04-8